หน้าแรก | ปฏิทินกิจกรรม | รวมภาพกิจกรรม | เพลงเลขศาสตร์ | แผนที่/ติดต่อ



เหตุผลของคนมีครู

ศาสตร์ทุกศาสตร์หรือวิชาทุกวิชาจะต้องมีครูมีอาจารย์ เป็นผู้ถ่ายทอดประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ และยิ่งถ้าเป็นวิชาเลขศาสตร์ศาสตร์แห่งชีวิตด้วยแล้ว จะมีพลังอำนาจบารมีของครูอาจารย์ผู้ที่เชื่อมั่น และศรัทธาในศาสตร์นี้เสริมเป็นพลัง จึงทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก และศาสตร์นี้ยังเกี่ยวข้องกับสิ่งเร้นลับที่อาจเรียกได้ว่าเป็นพลังร้ายที่มาจากแรงอาฆาตผูกพยาบาทของเจ้ากรรมนายเวร จึงควรให้ความสำคัญอย่างไม่ประมาท เพราะอาจมีผลกระทบต่อผู้ที่แก้ไขชื่อ-สกุลให้ใครโดยพลการ ถ้าไม่ได้มีครูอาจารย์ท่านรับรอง ถ้าไม่มีบารมีแห่งจิตวิญญาณที่มีคุณธรรมมารับรอง ก็เห็นว่าน่าจะต้านไม่ไหว สำหรับผู้ที่สนใจอยากเป็นอาจารย์ตั้งชื่อ-สกุลโดยใช้หลักของวิชาเลขศาสตร์นี้  ผู้เขียนอยากให้ท่านลองเปิดใจและพิจารณาบทความทั้งหมดนี้ เพื่อคุณจะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน ถ้าคุณต้องการพึ่งศาสตร์นี้ในการดำเนินชีวิต หรือท่านที่ใช้ศาสตร์นี้มาประกอบเป็นวิชาชีพผู้เขียนคิดว่าท่านควรพิจารณาและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง



ปัจจุบันนี้มีความน่าเป็นห่วง เพราะกระแสของการเปลี่ยนชื่อ-สกุลกำลังมาแรงเป็นที่นิยมอย่างมาก จึงมีผู้แสวงหาผลประโยชน์จากศาสตร์นี้ ขาดจิตวิญญาณความเป็นครู ไม่ได้มีความศรัทธา และอาศัยความทุกข์ของผู้คนที่หวังพึ่งศาสตร์นี้  มาเป็นหนทางของการสร้างความเจริญทางธุรกิจ  ผู้เขียนเคยตั้งข้อสังเกตว่า ทำไม อาจารย์บางท่านที่ทำศาสตร์นี้บอกคนโน่นคนนี้ว่าชื่อ-สกุลของคุณเป็นรหัสตัวเลขที่ไม่ดี ต้องแก้ไขให้เป็นรหัสตัวเลขที่ดีจึงจะถูกต้อง  แต่พอผู้เขียนเห็นชื่อ-สกุลของอาจารย์ท่านนั่นแล้ว ก็ตั้งข้อสงสัยว่า  ชื่อ-สกุลหรือรหัสผลรวมของอาจารย์ท่านนั้น ก็ยังไม่ถูกต้องตามรหัสตัวเลขของศาสตร์นี้เลย  ซึ่งผู้ที่ถูกตั้งชื่อ-สกุลให้  บางคนอาจไม่เคยสังเกตด้วยซ้ำไป และยิ่งไปกว่านั้น  ได้มีคนนำตำราของท่าน อ. ธีรวัฒน์ ไปดัดแปลงแก้ไขเพิ่มเสริมเติมแต่ง แล้วใช้ชื่อตนเองเป็นเจ้าของตำราโดยที่ไม่ได้มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ถ้าเป็นคนอื่นยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นศิษย์แล้วมันน่าช้ำใจ แต่ท่านก็ว่าอะไรมากกว่านี้ไม่ได้  ผู้เขียนและคณะศิษย์ที่ใกล้ชิดอาจารย์ ได้มีโอกาสทราบถึงเรื่องราวของ อ. ธีรวัฒน์  ที่ท่านเป็นศิษย์ รุ่นบุกเบิกในวิชาเลขศาสตร์นี้  อาจารย์ท่านเล่าให้ฟังว่า  ท่านได้ร่ำเรียนวิชานี้มาจากอาจารย์ท่านหนึ่ง ( ผู้เขียนขออนุญาตไม่เล่าถึงข้อมูลบางอย่างในความอยากลำบากของการเรียนวิชานี้  เพราะป้องกันผู้ไม่หวังดี นำข้อมูลนี้ไปประกอบเป็นข้อมูลในการอ้างถึง อาจารย์เพื่อหากิน ) ที่อาจารย์ใช้คำว่ารุ่นบุกเบิก หมายความว่า ช่วงเวลานั้นมีก็มีอาจารย์ท่านอื่นที่ทำศาสตร์นี้ไม่กี่ท่าน       อ. ธีรวัฒน์ ท่านใช้ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาจากครูอาจารย์  ประกอบเป็นวิชาชีพ และใช้ความรู้ รวมทั้งประสบการณ์ เขียนเป็นตำราขึ้นมา เพื่อเป็นแนวทางให้ศิษย์ ได้ศึกษา  แต่ก็เขียนข้อมูลของวิชาทั้งหมดไม่ได้  จึง เขียนไว้เฉพาะเท่าที่พอจะให้ศึกษาได้จากตำรา  นอกเหนือจากนั้นถ้าเป็นศิษย์ที่เรียนจริง อาจารย์ก็จะสอนเพิ่มให้ ก็เพื่อป้องกัน ศิษย์บางคนที่ถูกอำนาจแห่งกิเลสครอบงำ นำศาสตร์นี้ไปใช้ในทางที่ผิด  และแล้วสิ่งที่อาจารย์เป็นห่วงก็เกิดขึ้น  ด้วยความพัฒนาการทางด้านสังคม และเทคโนโลยีรวมถึงพัฒนาการทางด้านธุรกิจ จึงทำให้มีนักการตลาดดึงศาสตร์นี้เข้ามาทำเป็นธุรกิจ จึงทำให้มีการแข่งขันทางการตลาดในทุกช่องทาง  ทำให้ผู้ที่ทำศาสตร์นี้มีศัตรูคู่แข่ง มีการใส่ร้ายป้ายสี มีการใส่หน้ากากเข้าหากัน หมดมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่จริงใจ  เห็นแก่ลาภ ยศ สรรเสริญ แม้กระทั่งผู้ที่มีพระคุณก็ถูกเมิน น่าเศร้าใจเหลือเกินมนุษย์  ท่าน อ. ธีรวัฒน์ได้ให้กำลังใจกับผู้เขียนและคณะศิษย์ว่า  ถ้าศิษย์คนไหนเชื่อมั่นและศรัทธาด้วยจิตวิญญาณ และกตัญญูรู้คุณคน จะมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคง สิ่งเหลวร้ายก็จะผ่านพ้นในไม่ช้า ท่าน อ. ธีรวัฒน์ ท่านบอกว่า ศิษย์ทุกคนอย่าห่วงเลย ท่านจะบอกอะไรให้  ทุกประโยค ทุกข้อความตัวอักษรในตำราหรือหนังสือ ชื่อคือชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบทความ  ไม่ว่าจะเป็นรหัสตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นความหมายของตัวเลข หรือรวมไปถึงหนังสือตั้งชื่อ-สกุล ที่มีทั้งรหัสตัวเลข มีทั้งตัวอักษรชื่อ-สกุล  และรวมถึงความหมายของชื่อ-สกุล ที่มีอยู่ในตำราหรือหนังสือตั้งชื่อ-สกุล ของท่าน  ทั้งหมดนี้ ท่าน อ. ธีรวัฒน์ ได้จดเป็น ลิขสิทธิ์ ของท่านไว้หมดแล้ว และก็จดไว้ตั้งนานแล้วด้วย แต่ไม่อยากทำร้ายใคร  ท่านก็อยู่ของท่านเงียบๆ ไม่แสดงตัว ไม่ให้ร้ายใคร แต่ก็มีคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์คอยให้ร้ายท่าน  ท่านบอกว่าไม่เป็นไรใจเย็นไว้ก่อนเค้าคงไม่ตั้งใจ อาจเป็นเพราะการตลาดทางธุรกิจที่ทำให้เค้าทำผิดไป  แต่ถ้ามันจำเป็น และถึงเวลาเมื่อไหร่ ท่านก็ต้องทำอะไรสักอย่าง  เพื่อเป็นการกอบกู่ความภาคภูมิใจของครูบาอาจารย์  ผู้เป็นเจ้าของศาสตร์ ให้กลับคืนมา ให้มีความมั่นคงและสืบไปในทางที่ดี  ท่านยังบอกอีกว่า  ท่านทำศาสตร์นี้มาร่วม 20 กว่าปีแล้ว ให้เราลองนึกดูว่าเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เรารู้จักศาสตร์นี้หรือยัง ผู้เขียนคิดว่าในเหตุผลส่วนตัว ยัง ตอนนั้นรู้จักอยู่หลายศาสตร์ แต่ละศาสตร์มีความแม่นยำแตกต่างกันออกไป แต่ไม่เคยรู้จักศาสตร์ตั้งชื่อ ที่ใช้ชื่อ-สกุล แล้วถอดรหัสออกมาเป็นตัวเลขเลย  ท่านบอกว่าข้อความตัวอักษรทั้งหมดในหนังสือ ชื่อคือชีวิต เป็นความรู้ที่ร่ำเรียนมา จากครูอาจารย์ และเป็นประสบการณ์ที่ท่านสั่งสมมานาน เมื่อท่านเขียนเป็นตำรา ท่านก็ขออนุญาตครูอาจารย์  ท่านรวบรวมคำสั่งสอนและสิ่งที่เรียนรู้  มาเรียบเรียงเพื่อให้ศิษย์ที่สนใจได้ศึกษา และเพื่อสืบสานศาสตร์นี้ต่อไป ผู้เขียนและคณะศิษย์มีเจตนาที่ดีจึงเผยแพร่ข้อความทั้งหมดนี้ออกไป  ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งแต่อย่างใด แต่มีเจตนาอยากให้วัฒนธรรมแห่งความศรัทธา  และความกตัญญูรู้คุณของคนในของสังคมไทย กลับคืนมา มีความเป็นมิตรที่ดีต่อกันช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยมีน้ำใจและจริงใจต่อกัน สำหรับท่านที่นำศาสตร์นี้ไปใช้   และพึ่งทำศาสตร์นี้ได้ไม่นาน และทำอย่างไม่ถูกต้องเห็นแก่ผลกำไร ท่านรู้ไหมว่า ท่านกำลังทำลายศาสตร์ ท่านกำลังทำร้ายชีวิตของผู้ที่เข้ามาพึ่งท่าน  ผู้เขียนไม่มีเจตนาที่จะว่ากล่าวหรือซ้ำเติมใดๆ แต่ผู้เขียนคิดว่าท่านคงรู้อยู่แก่ใจท่านดี ขอท่านพิจารณาด้วยตัวท่านเองก็แล้วกัน


สำหรับผู้ที่ต้องการพึ่งศาสตร์นี้ในการดำเนินชีวิตและผู้ที่ประกอบวิชาชีพนี้ ผู้เขียนขออนุญาตใช้คำพูดของท่านอาจารย์ธีรวัฒน์ มาเป็นข้อคิดพิจารณาแก่ท่าน


ถ้าเรามีความเชื่อมั่นและศรัทธาในศาสตร์นี้  เรามีครูบาอาจารย์ท่านรับรอง  เรามีชื่อสกุลที่ดีถูกต้องตามหลักของศาสตร์นี้  เรามีการกระทำด้วยกายวาจาใจที่ดี มั่นสร้างกุศลปฏิบัติธรรม ตามศาสนาของตนเอง หรือปฏิบัติธรรมตามครูอาจารย์ ก็จะทำให้เกิดพลังกุศลอันประเสริฐมารับรองสังขารและจิตวิญญาณของเรา ให้มีความเจริญรุ่งเรือง และช่วยให้มีความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม  นั่นคือสิ่งที่ผู้เขียนและคณะศิษย์เลขศาสตร์ยึดมั่นและปฏิบัติตามมาโดยตลอด และบทความทั้งหมดนี้หวังว่าคงเป็นประโยชน์แก่ทุกท่าน  และเป็นเหตุผลจากใจที่อยากแบ่งปัน  เพราะนั่นคือ  เหตุผลของคนมีครู



ผู้เขียน : ตัวแทนคณะศิษย์เลขศาสตร์